|
| ผม ว่าหลายๆคนก็คงคิดเหมือนกัน คืออยากจะทำธุรกิจอะไรซักอย่าง แต่ไม่รู้จะทำอะไรดี พอดีผมมีแนวทางการเลือกธุรกิจจะมาเล่าให้ฟังครับ เผื่ออาจทำให้เพื่อนๆคิดได้ว่า เราน่าจะทำธุรกิจนี้แหละ เหมาะที่สุดแล้ว วิธี การเลือกธุรกิจนี้จะยึดตัวเองเป็นหลักครับว่าเหมาะกับอะไร ต้องรู้จักตัวเอง ถ้าไม่รู้ก็ถามคนข้างๆนะครับ โดยปกติคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้มองตัวเอง ให้คนอื่นช่วยมองก็ดีเหมือนกันนะ มีหลักอยู่ 3 ข้อในการเลือกธุรกิจครับ 
สำรวจ ตัวเองว่าเราชอบอะไร จดใส่กระดาษไว้เป็นข้อๆเลยนะครับว่าเราชอบทำอะไร ทำแล้วมีความสุข ทำแล้วลืมวันลืมคืน เหมือนเด็กๆที่ชอบเล่นเกมอะไรประมาณนั้นครับ จดใ่ส่กระดาษไว้ก่อนยังไม่ต้องคิดมาก ชอบทำอะไรก็เขียนลงไป อะไร ที่ ทำแล้วคิดว่าตัวเองเก่ง อาจจะมีบางอย่างที่ทำแล้วคนชม เช่น ร้องเพลงเพราะ อ่านหนังสือเก่งนะ หรือรู้ตัวเองว่าตัวเองเก่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ได้ อาจจะถักนิตติ้งเก่ง เขียนโปรแกรมเก่ง ทำ photoshop เก่ง เล่นฟุตบอลเก่ง ทุกอย่างครับ เขียนใส่กระดาษไว้ก่อนแล้วค่อยมาไล่ดูอีกที อะไร ทำ เงินได้บ้าง ที่นี้ก็มาดูรายการที่เราเขียนไว้ทั้งหมดนั่นแหละครับ ดูเป็นข้อๆ เป็นตัวๆ ไปเลย ว่าอะไรพอที่จะสามารถทำเงินกับเราได้บ้าง ได้น้อย ได้มาก ก็จดไว้ก่อนนะครับ แล้วค่อยมาจัดลำดับอีกที
สุด ท้าย ก็ต้องมาเลือกกันแล้วละครับ ว่าอะไรน่าจะลองลงมือทำก่อนเป็นอันดับแรก ตามรูปด้านบนที่อยู่ตรงกลางนั่นแหละครับ ธุรกิจที่เหมาะสมที่เราจะต้องทำที่สุด แนะนำว่าให้เลือกทำทีละ 1 อย่างนะครับ อย่างทำหลายๆอย่างพร้อมกัน เพราะว่ามันจะไม่ได้ดีซักอย่าง ถ้าใครทำงานประจำจะรู้ดีว่าเวลาที่เราใช้ไปส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทำงานและก็นอน อาจจะต้องมีเวลาให้ครอบครับ เวลาแห่งความบันเทิง สุดท้ายแล้วก็คงเหลือเวลาทำธุรกิจ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นเอง อีกอย่างอยากให้ตระหนักในเรื่องให้เิกิดคุณค่ามากที่สุด (Productivity) ไม่ใช่่ใช้เวลาทำมากแต่ได้งานน้อย (Activity) มีเทคนิคอยู่นิดหนึ่ง ให้ลองคิดดูว่า เรามีค่าแรงต่อชั่วโมงเท่าใหร่ โดยเอารายได้ทั้งปี หารด้วย 52 สัปดาห์ แล้ว หารด้วย 40 ชั่วโมง ก็จะทราบแล้วว่า ค่าแรงเราชั่วโมงเท่าใหร่ สมมุติค่าแรงเรา ชั่วโมงละ 200 บาท เราอาจกำลังทำเว็บไซต์อันหนึ่ง อยากจะได้โลโก้สวยๆซักอัน แต่ว่าเรารู้ตัวดีว่าเราทำโปรแกรมกราฟฟิคไม่เก่ง กว่าจะได้มาซักรูป ปาเข้าไป 3-4 ชัวโมง แต่ถ้าวานให้เพื่อนทำให้ หรือจ้างเขา อาจจะ 200 บาท ก็เท่ากับค่าแรงเราแค่ 1 ชั่วโมงเอง แสดงว่าจ้างเขาทำคุ้มกว่าทำเอง ตั้ง 3-4 เท่า เราก็เอาเวลาที่เหลือไปทำสิ่งที่เราถนัดดีกว่า เช่นอาจจะเขียนโปรแกรมเก่ง ก็ไปทำโปรแกรมซะ แนวคิดก็ประมาณนี้นะครับ อีกอย่างเราต้องรู้ตัวเองว่าเก่งอะไรก็ทำอันนั้นดีที่สุด อันใหนไม่เก่งก็พยายามหาคนทำให้ (Outsource) นี่คือหลักการทำงานแบบ Productive ครับ ลองไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ |
ป้ายกำกับ: เงิน, ทำอะไรดี, ธุรกิจ, หุ้น, อยากทำธุรกิจ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก