เขียนเล่าเรื่องผลเสียที่เกิดจากการนอนดึก-นอนไม่พอ ของตัวเอง
ไปแล้ว คราวนี้มาดูคำแนะนำและงานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า ว่าทำไม
เราจึงต้องนอนให้เป็นเวลาและเพียงพอ และก็อย่างที่บอกไปล่ะค่ะว่า
การนอนชดเชยนั้น ไม่มีจริงในโลกหรอกนะ บางคนอาจจะคิดว่า วันนี้ไม่ได้
นอนก็ไม่เป็นไร เอาไว้ทบต้นทบดอกทีเดียว ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะ
เพราะไม่ว่าเราจะพยายามนอนให้ได้ 8-10 ชม. หรือมากกว่านั้นในวันถัดไป
และแม้กระทั่ง นอนให้ได้ 12 ชม.เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ก็ไม่สามารถทดแทน
เวลานอนที่เราสูญเสียไปในแต่ละวันได้เลย ยิ่งสะสมติดต่อกันมากๆ เข้า
ร่างกายจะมีแต่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ บางคนอาจจะไม่มีอาการแสดงออก
ให้เห็นเด่นชัดว่าร่างกายและสมองเหนื่อยล้าแค่ไหน แต่ว่าผลในระยะยาว
นี่สิ น่ากลัวนะคะ เพราะเราไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า จะมีโรคอะไรตามมาบ้าง
ขอบคุณ aor-air@bloggang.com
@กลางวัน กลางคืน กับการนอน@
ธรรมชาติของมนุษย์จะนอนตอนกลางคืน โดยในสมองของเราจะมีนาฬิกา
ชีวภาพ (Biological Clock) ซึ่งมีกระบวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่ง
ทำหน้าที่ควบคุมการหลับและตื่นของเรา นาฬิกาชีวภาพจะถูกกำกับโดย
แสงสว่างด้วยส่วนหนึ่งค่ะ สมัยก่อนแสงอาทิตย์จะเป็นตัวกำหนด
การหลับตื่น แต่ทุกวันนี้เรามีไฟฟ้าใช้ แสงสว่างมีทั้งตอนกลางวันและ
กลางคืน กระบวนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพจึงมักจะถูกรบกวนอยู่เสมอ
ประกอบกับรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันมีผู้ที่ทำงานกลางคืน ทำงาน
เป็นกะ ทำให้เวลานอนผิดแผกไปจากปกติ
คนที่มีรูปแบบชีวิตเช่นนี้จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และหากเป็นไปได้ควร
จะนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน แม้จะเป็นตอนกลางวันก็ตาม เพราะ
นาฬิกาชีวภาพสามารถปรับได้ ส่วนระยะเวลาของการปรับนั้นจะขึ้นอยู่กับ
แต่ละบุคคลค่ะ เช่น หากว่ายังเป็นวัยหนุ่มสาวก็จะสามารถปรับได้เร็ว แต่ถ้า
อายุมากขึ้นก็จะปรับได้ช้าลง
ส่วนเรื่องคุณภาพของการนอนนั้น แน่นอนค่ะว่า การนอนตอนกลางวันย่อม
จะสู้การนอนตอนกลางคืนไม่ได้ ทั้งเรื่องของความเงียบ ความมืด ดังนั้น
คนที่จำเป็นต้องนอนตอนกลางวัน จึงควรจัดบรรยากาศห้องนอนให้เหมาะสม
ทั้งนี้เพื่อให้ได้คุณภาพของการนอนที่ดีและต่อเนื่องค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------
@Sleepless Siren@
เมื่อใดก็ตามที่คุณนอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเรียกร้องผ่านอาการ
ง่วงนอนอาการไม่สดชื่น ไม่กระฉับกระเฉง สมองตื้อ ไม่ปลอดโปร่ง คิด
อะไรไม่ออก สมาธิสั้นทำงานผิดพลาด
แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองไม่เป็นไร และสามารถทนได้โดยพยายาม
หาตัวช่วย อาทิ ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยได้เพียง
ชั่วคราวเท่านั้น เพราะ สมองจะเรียกร้องตลอดเวลาหากเราอดนอนสะสม
สัญญาณที่ร่างกายส่งมาโดยที่เราไม่ควรมองข้าม และต้องรีบหาทางแก้ไข
โดยด่วนก่อนจะมีปัญหาสุขภาพอื่นตามมา คือ
1. ถึงเวลานอนไม่นอน หากถึงเวลานอนแล้วไม่ง่วง หากถึงเวลาและเข้า
นอนแล้ว 20-30 นาทีแต่ไม่หลับ แสดงว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น
กับร่างกาย
2. ถึงเวลาตื่นไม่ตื่น คือ ตอนเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นแจ่มใส
ตอนกลางวันก็ง่วงนอนผิดปกติ รู้สึกว่าการนอนไม่ได้ทำให้พักผ่อน ไม่ได้
ทำให้สดชื่น หลับนอกเวลาที่ควรจะเป็น ก็ถือว่าผิดปกติค่ะ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พญ.เบญจมาศ อินทรโภคา แนะนำว่า…
“คนที่ผิดปกติ คือคนที่นอนไม่ถูกเวลา เมื่อถึงเวลาไม่ง่วง ไม่นอน ตื่นก่อน
เวลาที่ควรจะตื่น เมื่อตื่นแล้วก็ไม่สดชื่น นี่คือสัญญาณเตือน แต่บางครั้ง
ก็สังเกตยาก เนื่องจากเป็นอย่างนี้ทุกวัน เพราะฉะนั้นหากมีอาการง่วงนอน
ตอนกลางวัน ก็ควรปรึกษาหมอเพราะตรวจดูว่ามีโรคอะไรที่เกี่ยวกับการนอน
หรือไม่ เช่น ปัญหาเรื่องของหลอดเลือดหัวใจความดันสูง ตื่นมาปวดศีรษะ
เหนื่อย เพลีย ปวดตัว ฯลฯ ง่ายๆ คือถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น วูบแรกที่
ลืมตารู้สึกว่าการนอนไม่ได้ทำให้พักผ่อน ไม่ได้ทำให้สดชื่น นี่คือสิ่งที่เร่ง
ด่วนที่สุดโดยยังไม่ต้องรอให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ควรมาหาหมอค่ะ”
--------------------------------------------------------------------------------
@"อดนอน"สุดอันตรายทำคนโง่-อ้วน-ป่วยง่าย@
นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีเผยการวิจัยชี้ว่า "การอดนอน"
จะทำให้มนุษย์ยิ่งโง่ เจ็บป่วย และอ้วนง่าย
ศ.เจอร์เกน ซัลเลย์ นักวิจัยพฤติกรรมการนอนหลับ วิทยาลัยแพทย์
รีเกนส์เบิร์ก เปิดเผยว่า การอดนอนส่งผลกระทบเลวร้ายต่อร่างกาย
3 ประการ อย่างแรก ทำให้โง่ เมื่อนอนน้อยจะทำให้ประสิทธิภาพการจดจำ
ลดลง ประการต่อมาทำให้เจ็บป่วยง่าย เพราะการอดนอนส่งผลเสียต่อหัวใจ
ระบบไหลเวียนเลือด กระเพาะ และลำไส้
"นอกจากนั้น ขณะที่เรานอนหลับร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนลดความอยาก
อาหารออกมา แต่การปล่อยฮอร์โมนดังกล่าวจะถูกขัดขวางหากเรานอน
ไม่เต็มที่ ดังนั้น เราจึงรู้สึกหิวบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนอดนอนส่วนมาก
น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น" ซัลเลย์ กล่าว และแนะนำว่า ควรนอนอย่างน้อยคืนละ
7 ชั่วโมงเพื่อความมีสุขภาพที่ดี
นอกจากนี้ มีรายงานวิจัยความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการอดนอน ซึ่งเป็น
งานวิจัยเชิงทดลอง โดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม.
เป็นเวลา 6 คืน เมื่อเจาะตัวอย่างเลือดพบว่ามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือด
เพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยากซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวาน
นักวิจัยยังพบว่า การอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วนโดยเกี่ยวข้องกับ
ฮอร์โมนเร่งการเติบโต ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทาง
กายภาพและควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย
การอดนอนทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง ร่ายกายรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาทว่า
ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด ตามความต้องการอาหารของร่างกายเมื่อ
ระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นแม้
จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม
การนอนไม่พอยังส่งผลต่อเม็ดเลือดขาวและกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกัน
ต่างๆของร่างกาย ทำให้เจ็บป่วยง่ายเมื่อเจอเชื้อโรคการนอนไม่พออาจส่งผล
ร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจร
การหลั่งฮอร์โมนแปรปรวนเนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลา
กลางคืนทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
...เมื่อรู้เสียอย่างนี้แล้ว ก็ลองพิจารณากันดูนะคะว่า ผลได้และผลเสียจาก
การอดตาหลับขับตานอน อย่างไหนมากกว่ากัน...
--------------------------------------------------------------------------------
@อย่าเร่งวันตายด้วยการนอนดึก@
การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตาย
ให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ Overload
ไม่ช้าเครื่องก็พัง ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนนอนดึก มีดังนี้...
1. ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า
2. ทำให้ระบบร่างกายต่อไปนี้รวนหรือทำงานได้ไม่ปรกติ
ระบบการย่อยอาหาร
ท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดี ทำให้อุจจาระหยาบ คืออาหารที่
ทานเข้าไป ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย ไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหมือนกับ
แท่งทอง แต่ถ้าอดนอนแล้วอุจจาระจะหยาบ จะมีเศษอะไรต่างๆ ติดอยู่
เหมือนกับรถที่มีเขม่าติด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยให้หมดได้
*แนวทางแก้ไข* ให้ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารเหนียวๆ
มิฉะนั้นลำไส้ทำงานหนัก ยิ่งนอนดึกแม้เราหลับไปแล้ว แต่ลำไส้ไม่หลับ
ยังคงย่อยอยู่ต่อไป พอตื่นขึ้นมาก็เพลีย ให้ทานไข่ นม แทนพวกเนื้อสัตว์
ก็จะพอถูไถไปได้ มิฉะนั้นท้องจะผูกเป็นประจำ ริดสีดวงทวารจะถามหา
(ถ้าหากอ้วนก็ให้ทานนมแทนไข่)
..ท้องผูก มี 2 ลักษณะ..
1. ผูกแข็ง คือ อุจจาระแข็ง
2. ผูกเหลว คือ อาการถ่ายอุจจาระไม่หมด ยังค้างอยู่ แต่ลำไส้ล้า กระเพาะ
อาหารล้า ทำให้ไม่มีแรงบีบให้ออกจนหมด ดังนั้นในวันหนึ่งๆ จึงต้องถ่าย
หลายครั้ง โรคที่จะตามมาก็คือ ผื่นคันบริเวณขาหนีบ (ไม่ใช่เพราะความ
สกปรกหมักหมม ) จะคันทั้งวัน ปกติอุจจาระจะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ถ้าแข็ง
แสดงว่าส่วนที่เป็นน้ำได้ซึมกลับเข้ามาในลำไส้ ซึ่งมันเป็นของเสียที่ต้อง
ขับออก ผลก็คือทำให้น้ำเหลืองเสีย ก็จะมาประทุบริเวณเนื้ออ่อนๆ เช่นที่
ขาหนีบ สาเหตุก็มาจากท้องผูกนั่นเอง เพราะฉะนั้น อย่านอนดึก ถ้าต้องดึก
ก็ให้ออกกำลังหน้าท้อง ให้ท้องเกิดกำลัง จะได้รีดอุจจาระออกมาได้เร็ว
ทานเสร็จแล้วอย่านอน ให้เดินสักครึ่งชั่วโมง เพราะพอขาได้เดิน ลำไส้มัน
ก็ต้องไปกับขาด้วย จะช่วยทำให้ย่อยได้ดีขึ้น ท้องจะผูกน้อยลง ผื่นคันก็
จะหาย ถ้ายังไม่หาย (เนื่องจากอายุมาก) ให้ทานน้ำขิงสด (ไม่ใช่ขิงผง
เป็นซองๆ) พวกที่นอนดึกต้องให้ท้องอุ่นมากๆ ให้หาผ้ามาห่ม เดี๋ยวท้อง
จะอืด เฟ้อ บางทีต้องให้เท้าอุ่นด้วย ให้หาถุงเท้ามาใส่ มิฉะนั้นเท้าจะชา
ระบบปัสสาวะ
ถ้านอนไม่ดึก ประมาณ 3-4 ทุ่ม พอตื่นเช้าขึ้นมาจะปัสสาวะครั้งเดียวจบ
แต่ถ้านอนดึก ยิ่งนอนตีหนึ่ง กลางดึกจะต้องลุกเข้าห้องน้ำถี่ เพราะร่างกาย
Overload ต้องการน้ำมาก กล้ามเนื้อข้างในจะบีบคั้นเอาพลังงานออกมาใช้
จึงต้องใช้น้ำมาก ผลก็คือปัสสาวะบ่อย ทำให้พวกเกลือแร่ที่อยู่ในร่างกาย
จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะด้วย ยิ่งอายุ 35 ขึ้นไปจะยิ่งแย่
*แนวทางแก้ไข* ให้ทานแคลเซียมเม็ดได้ แต่อย่ามาก แค่ 1 เม็ด
ก็พอ ถ้าทานมากจะทำให้แคลเซี่ยมพอก คืออาการที่กระดูกงอกทับเส้น
ประสาท (ถ้าเป็นแล้วต้องให้คนนวด และทานยาละลายแคลเซี่ยมช่วย) ถ้า
ไม่ทานแคลเซี่ยมชดเชย จะทำให้เลือดจาง เม็ดโลหิตจาง
ระบบเหงื่อ
คนที่ไม่มีเหงื่อออก จะแย่ ถ้าขับเหงื่อให้ออกได้ร่างกายสบาย ถ้าเหงื่อไม่
ออกความร้อนภายในร่างกายจะระบายไม่ได้ ทำให้อึดอัด ของเสียในร่าง
กายก็ออกไม่ได้ โรคผิวหนังจะถามหา สิวฝ้าจะขึ้น เพราะฉะนั้น ดื่มน้ำให้
มากพอและออกกำลังกาย เท่านั้นพอ เอาจนเหงื่อออกให้ได้ คนนอนดึก
เหงื่อจะไม่ค่อยออก ของเสียตกใน สิวฝ้าขึ้น มันก็จะไปออกทางปัสสาวะ
แทน ไตเลยทำงานหนัก
ระบบหายใจ
ระบบหายใจจะเสียตามมา ร่างกายจะเอาออกซิเจนไปแลกเลือดดำให้เป็น
เลือดแดงได้ต้องมีความชื้น ถ้าความชื้นน้อยมันจะไม่แลก ทำให้อึดอัด
เหมือนอยู่ห้องแอร์แล้วอึดอัด เพราะความชื้นไม่พอ ไม่ใช่อากาศไม่พอ
อากาศมันแห้งเลยเอาความชื้นในตัวเราไป ทำให้ปอดทำงานไม่สะดวก
และออกซิเจนไม่ได้
*แนวทางแก้ไข* ให้เอาน้ำใส่กะละมังไว้ข้างตัว ยิ่งเป็นน้ำร้อนยิ่ง
ดี ถ้าอึดอัดให้เอาผ้าหนุนเท้าให้สูง เลือดก็จะไหลลงมาได้ จะทำให้นอน
สบาย การดื่มน้ำหวานๆ ตอนอยู่ดึกๆ ก็ช่วยได้ แต่อย่าหวานมากจะทำให้
อ้วน ถ้าจะให้ดีที่สุดอย่าอยู่ดึก ดึกได้เป็นครั้งคราวถ้าจำเป็น คนนอนดึกเสียง
จะแห้ง เพราะไตมันล้า การใช้สบู่ ให้ใช้สบู่เด็ก เพราะเป็นสบู่อ่อน การกัดจะ
น้อย อย่าใช้สบู่แรงๆ ให้ฟอกสบู่วันละครั้งก็พอ
สรุปแล้วการอดนอน เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง
การนอนดึกต้องดื่มน้ำให้มากและเติมเกลือในน้ำด้วย คือพอเราดื่มแล้วมัน
ออกมาหมดทั้งทางปัสสาวะและเหงื่อ แถมยังทำให้ถ่ายสบายอีกด้วย
แต่ถ้าทานแคลเซี่ยมมากทำให้กระดูกงอก ส่วนโค้ก เป๊ปซี่ กระทิงแดง
อย่าทาน พอเราอยู่ดึกและกลั้นปัสสาวะ มันจะซึมกลับเข้าเส้นเลือด ทำให้
น้ำเหลืองเสีย ก็จะไปประทุที่ขาหนีบ หรือท้องแขนเป็นเม็ดแดงๆ เป็นจ้ำขึ้น
ทั่วเลย บางคนไม่กลั้น แต่ถ้าดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้กรดยูเรียเข้มข้น
ร่างกายก็จะขับปัสสาวะออกมาไม่หมด ระบบขับถ่ายก็จะแย่ เพราะลำไส้
บีบตัวไม่ไหว ต้องบีบต้องเค้นกันไป แล้วร่างกายก็จะอ่อนเพลียในที่สุด
...ได้ยินแค่นี้ก็น่ากลัวแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าฝืนธรรมชาติกันเลย พยายาม
เข้านอนแต่หัวค่ำ นอนให้พอ แล้วก็ดูแลใส่ใจสุขภาพด้วยการทานอาหาร
อย่างมีสุขลักษณะและดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยก็เป็นการซ่อมแซมส่วนที่
สึกหรอและปรับสภาพร่างกายให้กลับมามีสมดุลย์ได้อีกครั้งค่ะ...
ขอบคุณที่มา: นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 294 กรกฎาคม 2550 / คุณมรกต เอื้อวงศ์ / http://www.pha.narak.com สำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ
Create Date : 24 เมษายน 2551
Last Update : 25 เมษายน 2551 11:32:43 น. 12 comments
Counter : 1179 Pageviews.
ป้ายกำกับ: นอนดึก, นอนน้อย